ระบบ ERP กับอุตสาหกรรมการผลิต

ระบบ ERP กับอุตสาหกรรมการผลิต

          ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าช่วงวิกฤติโรคระบาดเชื้อไวรัส Covid-19 จนถึงปัจจุบันนั้น ทำให้อุตสาหกรรมหลายแห่งเกิดความติดขัดของการผลิต และซื้อวัตถุดิบ ทำให้ธุรกิจบางแห่งไม่สามารถมีสินค้าให้เพียงพอต่อผู้บริโภคได้

          ในปัจจุบันเทคโนโลยีเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดีในการจัดการบริหารทรัพยากรวัตถุดิบ คำนวณต้นทุนต่างๆ ที่จะเป็นตัวช่วยให้สินค้าในคลังอยู่ในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดอยู่เสมอ อีกทั้งสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกจากยอดขายได้ทันที ช่วยให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้รวดเร็ว ทันสถานการณ์

 

ผลลัพธ์ การผลิต ที่ธุรกิจคุณต้องการ

          ระบบ ERP D365BC เชื่อมโยงการทำงานในแต่ละส่วนงานเข้าด้วยกัน จะช่วยลดความซ้ำซ้อนสำหรับกระบวนการทำงานที่ยังมีความคาบเกี่ยวกัน และสามารถมองเห็นภาพรวมของการทำงานทั้งองค์กร ทำให้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้มากที่สุด ตอบโจทย์การบริหาร Supply Chain

          1) ผลิตภายในข้อจำกัดด้านอุปทานและกำลังการผลิต ดำเนินกระบวนการผลิตตามแผนแม้ในสภาพแวดล้อมที่ต้องการความคล่องตัว และมีความซับซ้อน

          2) สร้างสูตรการผลิตโดยละเอียด กำหนดวัตถุดิบ ส่วนประกอบย่อย หรือทรัพยากรเป็นสูตรการผลิตที่ประกอบเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป

         3) บันทึกข้อกำหนดพิเศษภายในสูตรการผลิตและดึงข้อมูลโดยตรงจากใบเสนอราคาและใบสั่งขายระหว่างกระบวนการประกอบตามคำสั่ง

        4) ลงทะเบียนปริมาณการใช้วัสดุและผลผลิตในสูตรการผลิตและกระบวนการผลิตหลายรายการ กระทบยอดของเสียหรือสินค้าที่มีความเบี่ยงเบนในปริมาณการใช้วัสดุและผลผลิต

          นอกจากนี้ยังมี Solutions ในการควบคุมต้นทุน(Cost) การผลิต (Manufacturing) วางแผนการผลิต จนเสร็จสิ้นขบวนการผลิต ทำให้ดูข้อมูลและรายงานการผลิตได้ถูกต้อง เพื่อผลลัพธ์การผลิตที่เหมาะสมที่สุด

          1) การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการผลิต เพื่อเพิ่มผลผลิตจัดเก็บข้อมูลได้อย่างปลอดภัย

          2) ลดความซ้ำซ้อนและกระบวนการอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

          3) ช่วยปรับปรุงซัพพลายเชน คลังสินค้า การขนส่ง และการจัดการสินค้าคงคลังบริหารจัดการการผลิตให้เกิดความสมบูรณ์

 

เพิ่มสิทธิภาพการจัดการคลังสินค้าของธุรกิจอุตสาหกรรม

ปรับปรุงการจัดระเบียบภายในสถานที่จัดเก็บ

          ใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ เกี่ยวกับโซน ช่องเก็บ และปริมาณของสินค้าทุกรายการเพื่อให้ดำเนินการตามคำสั่งซื้อของลูกค้าได้ดีขึ้น

ปรับปรุงการรับสินค้าและความจุ

          ใช้เท็มเพลตเพื่อกำหนดตำแหน่งที่ดีที่สุดของสินค้าตามชนิด ขนาด และความจุช่องเก็บ

เร่งการเปลี่ยนถ่ายและการจัดส่งสินค้า

          เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่และกระบวนการเบิกสินค้า เพิ่มความเร็วในการจัดส่งและลดความไม่ตรงกันโดยการส่งสินค้าผ่านศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้า

เชื่อมต่อลูกค้าและการดำเนินงาน

          ใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ เกี่ยวกับโซน ช่องเก็บ และปริมาณของสินค้าทุกรายการเพื่อให้ดำเนินการตามคำสั่งซื้อของลูกค้าได้ดีขึ้น

 

BOM หรือ Bill of Materials คืออะไร

BOM คือ รายการส่วนประกอบหรือสูตรการผลิต

           สิ่งนี้จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับขั้นตอนการวางแผน ซึ่งธุรกิจสามารถใช้ในการประเมิน และดูภาพรวมต้นทุนต่าง ๆ รวมทั้ง ตรวจทานความถูกต้องก่อนเริ่มผลิตจริง นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เพื่อติดตามกระบวนการผลิตอย่างเป็นลำดับได้จากลิสต์รายการ หรือแผนผังการผลิตได้อีกด้วย

ประโยชน์ของ BOM ที่จำเป็นต่อธุรกิจ

1) ควบคุมงบประมาณ และป้องกันการทุจริต

           BOM มีการตรวจทานรายการสิ่งที่ต้องใช้และต้นทุน แยกออกมาเป็นรายการ ซึ่งช่วยให้ทราบที่มาที่ไปของค่าใช้จ่ายต่างๆ และสามารถแยกพิจารณา ราคาต้นทุนของวัสดุ/วัตถุดิบแต่ละรายการสมเหตุสมผลหรือไม่

2) ควบคุมคุณภาพของชิ้นส่วน/วัตถุดิบต่างๆ

           รายการชิ้นส่วนหรือวัสดุต่างๆ ที่ระบุรายละเอียดจำนวน/ปริมาณ ราคา รายละเอียดเฉพาะ (Specification) จะช่วยให้ธุรกิจสามารถดูภาพรวมคุณภาพของสิ่งที่ใช้ได้